ความรู้

เครื่องใช้ไฟฟ้า แต่ละชนิดกินไฟ แค่ไหน พอเห็นบิลค่าไฟฟ้าพุ่งปรี๊ด

เครื่องใช้ไฟฟ้า

เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่เราใช้งานกันอยู่ในบ้าน แต่ละชนิดก็ใช้พลังงานแตกต่างกันออกไป แล้วคุณรู้หรือไม่ว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดไหน กินไฟเท่าไหร่กันบ้าง

แน่นอนว่าเครื่องใช้ไฟฟ้า คืออีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต เพราะทุกบ้านก็ต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างเครื่องใช้ไฟฟ้าอยู่มากมายหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น พัดลม แอร์ โทรทัศน์ ตู้เย็น หม้อหุงข้าว

หรือแม้กระทั่งไฟส่องสว่าง ก็ล้วนแล้วแต่ต้องใช้พลังงานที่ถูกคำนวณออกมาเป็นค่าไฟทั้งสิ้น วันนี้กระปุกดอทคอมจึงมีความรู้ดี ๆ เกี่ยวกับการใช้ไฟมาฝากกัน แต่ละชนิดใช้ไฟเปลืองแค่ไหน ลองไปดูแล้วเตรียมตัวประหยัดไฟให้ถูกจุดกันจ้า

กิโลวัตต์ คืออะไร

การใช้ไฟฟ้าเรามักจะเห็นคิดค่ากำลังไฟกันเป็น กิโลวัตต์ ซึ่งก็คือแรงเทียน หรือกำลังไฟฟ้าที่ใช้งานไปนั่นเอง (1 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง = 1,000 วัตต์) หากมีจำนวนวัตต์มากก็จะยิ่งเปลืองไฟมาก ซึ่ง 1 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง จะเท่ากับ 1 ยูนิตหรือ 1 หน่วย ตามบิลค่าไฟฟ้า ตัวอย่างเช่น

ในบ้านมีหลอดไฟจำนวน 100 วัตต์ 10 หลอด เท่ากับ 100×10 = 1,000 วัตต์ (1 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง)
ถ้าเปิดไฟทั้ง 10 ดวง นาน 2 ชั่วโมง เท่ากับ 1,000×2 = 2,000 วัตต์ (2 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง)
… ดังนั้น 2 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง = 2 ยูนิต หรือ 2 หน่วย ตามบิลค่าไฟฟ้า

มาดูว่า เครื่องใช้ไฟฟ้า หลักๆที่แทบทุกบ้านมีกันครบครันในตอนนี้ว่า แต่ละชนิดกินไฟเท่าไหร่ ไล่เรียงกินไฟมากน้อยตามลำดับ 13 ชนิด ดังนี้

1.เครื่อง ทำ น้ำ อุ่น 2,500 – 12,000 วัตต์

2.แอร์ 1,200 – 3,300 วัตต์

3.เครื่อง ซักผ้า แบบมี เครื่องอบ 3,000 ว้ตต์

4.เครื่อง ปิ้งขนมปัง 800 – 1,000 วัตต์

5.เครื่อง ดูดฝุ่น 750 – 1,200 วัตต์

6.เตารีด ไฟฟ้า 700 – 2,000 วัตต์

7.หม้อ หุง ข้าว 450 – 1,500 วัตต์

8.เตา หุง ต้ม ไฟฟ้า 200 – 1,500 วัตต์

9.เครื่อง ชง กาแฟ 200 – 600 วัตต์

10.เตา ไมโคร เวฟ 100 – 1,000 วัตต์

11.เครื่อง เปา ผม 100 – 1,000 วัตต์

12.โทรทัศน์ สี 80 – 180 วัตต์

13.ตู้เย็น 70 – 145 วัตต์

(ข้อมูล : การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค )

 

เมื่อมี เครื่องใช้ ไฟฟ้ากันมากมาย อย่างนี้ ทำอย่างไร ให้เราควบคุม ค่าไฟ ไม่ให้พุ่งสูง เกิน โดยเฉพาะ การใช้แอร์ มี 8 เคล็ดลับ ประหยัดไฟ มาฝาก

เปิดแอร์ในอุณหภูมิที่เหมาะสม ประมาณ 26 องศา ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่ไม่ร้อน หรือเย็นจนเกินไป เพราะการเพิ่มอุณหภูมิ 1 องศาช่วยประหยัดไฟเพิ่ม 10%

เปลี่ยนมาซักผ้าสองสัปดาห์ครั้ง หรือจนกว่าเสื้อผ้าจะเต็มตะกร้าแล้วค่อยซักประหยัดทั้งค่าไฟและค่าน้ำไปพร้อมกัน

เปิดหน้าต่าง แทนที่จะเปิดเครื่องปรับอากาศตลอดเวลา โดยลองเปลี่ยนมาใช้ลมธรรมชาติในบางจังหวะ

ใช้พัดลมเป็นตัวช่วยแทนแอร์ โดยเปิดพัดลมตั้ง พื้นหรือพัดลมเพดาน จะยิ่งช่วยทำให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกมากขึ้น และทำให้อากาศในบ้านเย็นลงได้

เปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ประหยัดไฟเบอร์ 5 แบบใหม่ที่มี 1-3 ดาว ซึ่งแต่ละดาวจะมีประสิทธิภาพการประหยัดไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 10%

ปิดแอร์ล่วงหน้า โดยตั้งเวลาปิดเครื่องปรับอากาศก่อนเวลาตื่นนอน หรือก่อนออกจากบ้าน 1 ชั่วโมง จะช่วยลดปริมาณการใช้ไฟฟ้า และช่วยลดค่าไฟได้ด้วย

ปลูกต้นไม้ให้รอบบ้าน เพิ่มความเย็นธรรมชาติให้กับบ้านของเรา

ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้งาน นอกจากจะช่วยประหยัดไฟแล้ว ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับบ้านและทรัพย์สินด้วย

ข้อมูลจาก : dstd.mi.th,today.line.me,การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

Tags

Related Articles

Close